และนี่ก็คือ เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เกน คล็อปป์ (Jürgen Klopp) ผู้จัดการทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังคงถามตัวเองอยู่เสมอว่าทำไม ? ย้อนกลับไปเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว คล็อปป์ พยายามนึกถึงหน้าลูกชายตัวเอง เขาสงสัยว่าตัวเองรู้สึกยังไงตอนที่ไม่ได้อยู่ที่หน้าประตูเพื่อส่งลูกชายไปโรงเรียนวันแรก คล็อปป์ คิดเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้อะไรได้ เพราะเขารู้ว่าตอนนั้นสิ่งที่เขาเลือกทำก็เป็นสิ่งที่เขารักไม่ต่างกัน นั่นก็คือการเล่นฟุตบอล คล็อปป์ เริ่มต้นเส้นทางลูกหนัง ด้วยการเป็นนักฟุตบอลให้กับทีมไมนซ์ 05 ในตำแหน่งกองหน้า ก่อนที่ช่วง 5 ปีหลังของการค้าแข้งเขาเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองมาเล่นเป็นกองหลังตัวกลาง ตลอด 12 ฤดูกาลที่เขาค้าแข้งกับไมนซ์ คล็อปป์ลงสนามไปทั้งสิ้น 338 นัดยิงได้ 52 ประตู ก่อนที่เขาจะยุติเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพด้วยวัยเพียง 33 ปีหลังจากประกาศแขวนสตั๊ด คล็อปป์ เปลี่ยนบทบาทของตัวเองมารับบทผู้จัดการทีมของไมนซ์ในช่วงข้ามคืน ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยได้รับการอบรมการเป็นโค้ชมาก่อนเลย คล็อปป์ ใช้เวลาไม่กี่ฤดูกาลก็สร้างปรากฏการณ์พาไมนซ์เลื่อนชั้นมาเตะในบุนเดสลีกาได้สำเร็จ แม้อีก 3 ฤดูกาลต่อมาไมนซ์จะตกชั้นลงไปอีกครั้งก็ตาม แม้ท้ายที่สุด คล็อปป์ จะพาทีมกลับขึ้นไปอยู่ในโซนหัวตารางได้ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจไขก๊อกลาออกจากที่ดอร์ทมุนด์ เพื่อมารับงานเป็นผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล การทำทีมของ คล็อปป์ แฝงไปด้วยเกมรุกที่จัดจ้าน การเข้าบอลโดยเน้นเพรสซิ่งที่รวดเร็วจนกดดันไม่ให้คู่แข่งสามารถทำเกมได้ คล็อปป์ เปรียบเปรยสไตล์ฟุตบอลของเขาว่าเป็น “เฮฟวี่ เมทัล ฟุตบอล” เพราะมันดูดุดันและก้าวร้าวเหมือนดนตรีเฮฟวี่ เมทัล gclub แต่เหนือจากแท็คติกใด ๆ สิ่งที่เขาต้องการจากนักเตะมากที่สุดคือเรื่องของสปิริตและหัวจิตหัวใจที่แข็งแรงในการเล่นฟุตบอล และการสร้างความสัมพันธ์ในห้องแต่งตัวที่ดี ทั้งหมดนี้มาจากแพสชั่นที่เขามีให้กับทีม คล็อปป์ ใช้เวลาไม่นานก็ผสานรอยร้าวทั้งหมด จนทำให้ทีมหงส์แดงกลับมาบินสูงกลายเป็นยอดทีมได้อีกครั้ง ฤดูกาล 2018-2019 ถือเป็นช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูล มีผลการแข่งขันที่ดีที่สุดในรอบกว่า 30 ปี พวกเขามีทีมที่พร้อมครบเครื่องกับสถานการณ์นี้ แน่นอนความฝันสูงสุดของชาวเดอะค็อปในช่วงชีวิตนี้คือการคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกให้ได้สักครั้งก่อนตาย ก่อนหน้านี้การพูดว่าลิเวอร์พูลจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นเหมือนเรื่องตลกของกลุ่มแฟนบอลทั่วไป แต่ถึงวันนี้ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำของ คล็อปป์ ได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่าตอนนี้พวกเขาใกล้ฝันไปขนาดไหนแล้ว “ช่วงเวลาที่คุณมีในสโมสรสมควรถูกจดจำ ผมเข้าใจว่าชีวิตคือแหล่งสะสมประการณ์อันมากมายทั้งดีและร้าย ผมขนลุกทุกครั้งเมื่อนึกถึงประสบการณ์ดี ๆ มันเจ๋งมาก ถ้าคนอื่นรู้สึกเหมือนกัน เราก็อยู่บนการเดินทางครั้งใหญ่ด้วยกัน เราไม่สามารถที่จะหยุดยิ้มได้เลย นั่นแหละทำไมคุณถึงต้องให้โอกาสคนอื่นได้รู้สึกว่า เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ มันง่ายสำหรับผมเพราะผมรู้ว่าคนที่สนับสนุนพวกเราสำคัญมากจริง ๆ บางทีคนอื่นอาจมองอีกมุมหนึ่งหรือลืมพวกเขาไปบ้าง แต่ผมไม่เคยลืมคนที่สำคัญกับพวกเรา มันง่ายสำหรับผมมากที่จะแสดงความเคารพอย่างที่พวกเขาควรได้รับ”